•TOP-MANGA•

~•เว็บบอร์ดของคนรักเเละชื่นชอบการ์ตูน•~
 
บ้านCalendarช่วยเหลือค้นหารายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)
~สวัสดีครับ~ ทางเว็บได้เปิดรับสมัครทีมงานเเล้วนะครับ ถ้าใครสนใจก็สามารถติดต่อมาได้เลยนะครับ หรืออ่านรายละเอียดได้ที่ ฟอร์ม Announcements ได้เลยนะครับ ด่วน!!!

Share | 
 

 ศึก4จตุรเทพจอมราชันย์ ตอนที่2การมาของคณะอีกาดำ

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
masterqza
Fiction


จำนวนข้อความ : 10
Join date : 11/04/2010
Age : 33
ที่อยู่ : phitsanulok

ตั้งหัวข้อเรื่อง: ศึก4จตุรเทพจอมราชันย์ ตอนที่2การมาของคณะอีกาดำ   Sat Sep 11, 2010 7:57 am

ตอนที่2
การของคณะอีกาดำ
ยามราตรีอันสงบไร้ซึ่งเสียงใดๆรบกวนเหลือเพียงแค่ไฟที่เปิดไว้ตามถนนเท่านั้นกับหมู่ต้นไม้ที่ไหวเอนไปตามลู่ลม เมื่อยามนี้ฤดูหนาวใกล้มาเยือน
แต่กลับมีกลุ่มคนกำลังเดินทอดน่องไปตามถนน หากคำนวณด้วยสายก็ประมาณหกคนแตะละคนสวมคลุมสีดำตรงหน้าอกข้างซ้านมีรูปตาอีกาสีดำ
ถ้าลองได้ประมือกับพวกเขาดูสักครั้งคงจะดีไม่น้อยสำหรับผู้ที่ชอบออกกำลังกาย แต่หากพลาดขึ้นมาก็อาจตายได้ด้วยอาวุธลับที่ซ่อนอยู่ภายในเสื้อคลุมสีดำก็เป็นได้ เพราะพวกเขาทั้งหกคนคือยอดฝีมือที่เดินทางมาเยือนถึงลาคอนเซีย กลับมีใครบางคนร้อนรนและมีอารมณ์หงุดหงิด
"ทำไมเราต้องเดินทางมาช่วงย่างเข้าต้นฤดูหนาวด้วยเนี่ย ไม่เข้าใจเลยจริงๆ"
เสียงบ่นแกมประชดของหนึ่งในหกเสื้อคลุมดำ เพื่อสื่อให้รับรู้ว่าตนไม่ชอบความคิดแบบนี้
"เจ้าจะบ่นทำไมนักหนาล่ะลิซ มาตอนช่วงนี้ก็ดีแล้ว"
เสียงเอ่ยปลอบใจของชายหนุ่มที่มีให้กับ "อลิซ" น้องเล็กในกลุ่ม
"ข้าไม่ชอบฤดูหนาวพวกพี่ก็รู้ ยังจะให้ข้าติดตามพวกท่านมาอีก"
คำพูดแต่ละประโยคที่เอ่ยออกมานั้น เป็นเครื่องเตือนใจที่จะบอกเหล่าบรรดาพี่ๆในกลุ่มอีกห้าคนว่า คราวหลังควรใส่ใจในเรื่องต่างๆของเล็กบ้างไม่ใช่ละเลยจนลืมเรื่องเหล่านี้ ส่วนพวกที่เหลือพอได้ยินอย่างนี้ก็เริ่มรู้สึกใจคอไม่ค่อยดีขึ้นมา ถ้าหากอลิซเกิดเป็นอะไรขึ้นมาพวกเขาจะแย่
"ข้าก็บอกเจ้าตั้งหลายครั้งแล้วว่าอย่ามาอลิซมา เจ้าก็ไม่ฟังข้าแล้วเป็นยังไงล่ะ คราวนี้เจ้าจะรับผิดชอบยังไงแมทริว?"
การเอ่ยวาจาครั้งแรกตั้งแต่เดินทางออกจากทาเบียรัส คารอนจึงต้องพูดเตือนน้องชายแมทริวผู้ที่ไม่ค่อยฟังคำคัดค้าน
"ข้าบอกให้เจ้าพาเคียสมา แต่เจ้าก็ยังยืนยันคำเดิมว่าจะมาอลิซมา"
"ข้าจะรับผิดชอบและดูแลอลิซเอง พี่ไม่ต้องห่วงหรอก"
"งั้นก็ดี เจ้าก็ยังเป็นผู้ชายที่รักษาคำพูด"
"หยุดเถียงเรื่องใครจะพาใครมาก่อนได้ไหม? เพราะตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว เราควรรีบเดินทางก่อนจะดีกว่า ข้ายังไม่อยากให้ฟ้าสางก่อนที่เราจะถึงที่หมาย"
ถ้อยคำตักเตือนที่บ่งบอกว่าขณะนี้ไม่ได้อยู่ในที่ที่ปลอดภัยมากนัก จีงอยากให้หยุดโต้คารมก่อนเพื่อการเดินไปถึงที่หมายเร็วขึ้น แล้วก็เป็นจริงดังคาด เมื่อคารอนกับแมทริวหยุดโต้คารมทันทีที่ได้ยินเสียงประกาศิตแต่แววตาของทั้งสองคนก็ยังคงครุกกรุ่นไปด้วยอารมณ์เดือดที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่สองคนนี้จะจับอาวุธแล้วซัดกันดูสักตั้งเพื่อให้หายเดือด ยามนี้แววตาแต่ละคนที่สองมายังคารอนและแมทริวเต็มไปด้วยความห่วงใย แต่แววตาอีกคู่กับเศร้าหมองเหมือนคิดถึงใครบางคนที่ไม่ได้เจอกันมานาน ดวงตาคู่นี้ได้มองทอดตรงไปไกลสุดปลายสายถนนเส้นนี้ เหมือนมองหาใครสักคนราวกับได้นัดเขาไว้ จนไม่มีใครล่วงรู้ถึงความรู้สึกนี้ ตอนนี้คณะอีกาดำได้เร่งเดินฝีเท้าเร็วขึ้นกว่าเดิมจนเสื้อคลุมสีดำได้สะบัดไปตามสายลมที่เย็นเยือก
แล้วพวกเขาทั้งหมดก็ได้หายไปพร้อมกับสายลม เหลือไว้ก็เพียงแค่ความว่างเปล่าของยามราตรีนี้
แต่จะมีใครรู้บางไหมว่าก็ยังอีกคนที่ยังไม่เข้านอนแล้วก็ยังยืนอยู่ที่ริมขอบระเบียงเหม่อมองออกไปในราตรีนี้เช่นกัน ทั้งที่ความจริงเขาควรจะหลับและนอนบนเตียงตั้งนานแล้ว จะทำยังไรได้ในเมื่อตอนนี้ในหัวสมองของเขาดันมีภาพสาวงามปรากฏขึ้นในหัวขึ้นมา ทั้งที่จริงๆเขากลับไม่ได้คิดอะไรเลย อุตสาห์ปล่อยให้สมองโล่งมาทั้งบ่ายแล้วแท้ๆเชียว หากไม่มองอะไรเลยในยามนี้เขาก็คงจะมองน้องสาวที่ตอนนี้นอนกลับเป็นตายอยู่บนเตียง
เขาเองก็อยากเป็นเหมือนน้องสาวบ้าง เพราะว่าน้องเขาคนนี้ไม่เคยเก็บอะไรมาคิดให้รกสมอง บางครั้งก็ชอบชวนเขาเล่นหมากรุกแต่ติดสัยชอบพูดแบบนักปราชญ์
"หมากรุกก็เปรียบเหมือนกองกำลังทหารกองหนึ่ง ส่วนตัวเราก็เปรียบเสมือนแม่ทัพหรือเสนาธิการที่จะต้องคิดและวางแผนเพื่อกำราบกองทัพศัตรู"
คำพูดที่เปรียบตัวเองเป็นกุนซือก็ไม่ปาน แม้จะไม่เก็บมาคิดหากลองได้คิดก็รู้ว่ามันมีประโยชน์กับเรามาก กว่าจะรู้ตัวว่าไอ้น้องตัวดีแอบสอนให้ฝึกเป็นนักวางแผนที่ดีหรือเป็นผู้วางกลอุบายชั้นยอดก็สายไปเสียแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้เวลาล่วงเลยมาเท่าไหร่แล้ว แต่หากดูหมู่ดาวในท้องฟ้าก็พอรู้ว่าดึกมากแล้ว
"ใกล้จะฤดูหนาวแล้วรึเนี่ย?"
เขารำพึงกับตัวเองเบาๆควาวหนาวกำลังจะมาเยือนพวกเราอีกครั้งแล้ว เขาจึงเผลอยื่นมือข้างขวาออกไปนอกระเบียงแล้วเพ่งจิตจนปรากฏเป็นลูกไฟขนาดย่อมบนฝ่ามือตัวเอง
"ฝีมือยังเหมือนเดิม"
เขาเอ่ยเป็นครั้งสุดท้ายพร้อมทั้งดับลูกไฟบนมือแล้วจึงเดินเข้าไปนอน สำหรับเขาราตรีนี้ช่างยาวนานเสียเหลือเกิน
เช้าวันสดใสสำหรับวันแรกของสัปดาห์เรียนบางคนอาจตื่นขึ้นแล้วดีใจที่จะได้ไปเรียนเพื่อพบปะเพื่อนฝูง บางคนไม่อยากให้วันนี้มาถึงเพราะว่างานที่อาจารย์สั่งไปยังทำไม่เสร็จ แต่ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรก็ตามสำหรับเขาเช้าวันนี้ก็เหมือนทุกเช้าที่ผ่านๆมาทุกอย่างอาจเหมือนเดิมหรือเปลี่ยนแปลงก็อยู่ที่เราเป็นผู้กระทำ ด้วยเหตุนี้แล้วเขาจึงไม่กังวลเลยอะไรจะเกิดขึ้นบ้างในอนาคตข้างหน้า เมื่อรับประทานอาหารเช้าร่วมกับครอบครัวเสร็จแล้ว เขาก็เตรียมตัวเอารถมอร์เตอร์ไซด์ออกทันที แต่ยังไม่ทันจะเอารถออกก็มีเสียงดังขึ้นข้างหลัง
"พี่ชายวันนี้ไปส่งจินที่โรงเรียนหน่อยน่ะ"
น้องสาวตัวแสบจึงเอ่ยขอร้องให้เขาไปส่ง ซึ่งก็แปลกใจอยู่มากว่าทำไมวันนี้น้องสาวเขาจึงไม่นั่งรถไปกับพ่อ ทั้งที่ทุกทีพ่อจะไปส่งและรับตลอด
"พี่ไม่ต้องแปลกใจหรอกน่ะ วันนี้พ่อติดธุระด่วนตอนเช้าเลยไปส่งจินไม่ได้ และพี่ก็ต้องไปรับจินเย็นนี้ด้วย"
เมื่อน้องสาวเห็นสีหน้าแปลกใจปนสงสัยของพี่ชาย จึงได้พูดข้อสงสัยทั้งหมดให้ฟัง
"พี่ต้องไปส่งและรับแกกลับด้วยหรอ?"
นำเสียงที่ยังตกใจไม่เลิกของเขาก็ยังมีอยู่เล็กน้อย
"อืม!ใช่แล้วค่ะพี่ต้องไปส่งและมารับ"
เสียงยืนยันหนักแน่นเพื่อบอกว่าไม่เปลี่ยนแปลงคำตอบแน่นอน
"รึว่าพี่มีนัดรับสาวที่ไหน?"
"ไม่มีหรอกน่ะ งั้นก็ขึ้นรถ เดี๋ยวพี่จะไปส่ง"
จะมีรับก็ไอ้เซสนั้นแหละแต่วันนี้งดรับส่งสักวันมันคงไม่ด่าหรอกมั้ง คิดได้ดังนั้นก็บิดรถออกจากด้วยความเร็วที่ชาวบ้านเขาขี่กัน
เมื่อเสร็จภารกิจส่งน้องสาวเสร็จแล้ว เขาก็ขี่เข้าโรงเรียนแล้วจึงเดินต่อไปที่ห้องเรียน แต่ยังไม่ทันที่จะเดินย่างเข้าห้องเรียนก็พลันสะดุดตาเห็นอะไรบางอย่าง สิ่งที่เห็นก็คือภาพหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกันนั่งอยู่ในชั้นเรียน เส้นผมสีน้ำตาลยาวมัดด้วยยางมัดผมชั้นดี ดวงตสกลมโตสีน้ำตาลเข้ม ใบหน้ามนสวยได้รูป ท่อนขาเรียวยาว อยู่ในชุดนักเรียนของโรงเรียนมัธยมปลายลาคอนเซีย เขาไม่นึกว่าเช้านี้จะได้เห็นภาพหญิงสาวอยู่ในห้องเรียนเลยจริงๆ หลังจากยืนตะลึงอยู่นานก็พบตัวเองจ้องสาวเจ้ามากเกินไป แต่ยังไม่ได้ทันจะเอ่ยปากพูด ก็ได้ยินเสียงพูดขัดขึ้นมาก่อนแล้ว
"ไม่ได้เจอกันนานเลยน่ะลีโอ"
เสียงทักทายที่เหมือนรู้จักกันมานานดังขึ้น และนี้ก็เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ได้เจอ
"อลิซ!"
จู่ๆก็พูดขึ้นมาโดยไม่ต้องคิดนาน
"ใช่!ฉันเองแหละ ไม่ดีใจหรอ?ที่เราได้เจอกัน"
ดีใจสิ ตีใจมากด้วย เขาพูดกับตัวเองดังๆไม่นึกเลยว่าหญิงสาวที่ไม่ได้เจอกันมานาน พอผ่านไปสิบเจ็ดปีจะสวยได้มากขนาดนี้ แต่ในใจกลับมีคำถามว่าทำไมเธอถึงได้มาเรียนที่นี่ และเขาก็ไม่คิดด้วยว่าโลกจะกลมมากขนาดนี้
"ต้องดีใจสิอลิซ"
เขาจึงตอบพร้อมรอยยิ้มแบบประชด
"แล้วโต๊ะที่เรานั่งอยู่ใช่โต๊ะนายรึป่าว"
"ใช่นั้นโต๊ะฉันเองแหละ"
"ทำไมพูดจาห่างเหินแบบนั้นล่ะลีโอไม่น่ารักเลยน่ะ"
ไม่พูดเปล่า ลุกขึ้นมาจากเก้าอี้แล้วค่อยๆย่างสามขุมมาหาเขาอย่างช้าๆ พร้อมทำหน้าตาแบบใสซื่อบริสุทธิ์แต่รอยยิ้มคุณเธอกับแฝงไปด้วยความเจ้าเลห์ อย่าทำแบบนี้เลยน่ะอลิซขอร้องล่ะเขาได้ภาวนาในใจว่าไม่ให้เธอทำอะไรเขามากไปกว่านี้ ยิ่งตอนนี้ด้วยแล้วเขายิ่งเสียเปรียบเพราะยังไม่เพื่อนในห้องมากันเลยสักคนเดียว
"ทำไมเรียกชื่อเขาเหมือนเราเพิ่งรู้จักกันล่ะลีโอ ทั้งที่เราก็สนิทสนมกันมานานใครๆก็รู้นิ จริงไหม?"
ใช่!แต่ก่อนเราสนืทกันมาก แล้วใครๆจะรู้รึไม่นั้นก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน ยิ่งตอนนี้ด้วยแล้วพวกเพื่อนๆในห้องก็ยังไม่รู้จักเขาในข้อนี้เลย
"แต่ก่อนลีโอเรียกชื่อเล่นเขาว่ายังไงทำไมถึงไม่เรียกล่ะ"
สภาพเขาตอนนี้น่ะหลังติดกำแพง ส่วนอลิซใช้มือสองข้างยัยกำลังแพงนั้นอยู่
"ช่วยเรียกชื่อนั้นให้ฟังอีกครั้งได้ไหม"
แววตามุ่งมั่นทอประกายความเด็ดเดี่ยวเหมือยามที่สู้กับศัตรู
"ลิซ!"
เขาเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา เพราะอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบเสียงแค่นี้คงได้ยิน แต่ยังไม่ทันที่เราสองคนจะตั้งตัวจู่ๆก็มีใครโผล่เข้าแบบไม่รู้อีโน่อีเหน่
แถมยังทำเสียงได้น่าโดนกระทืบมาก
"โอ้โห!อยู่กับสาวสองต่อสอง ลีโอนายนี้ร้ายกาจไม่เอาเลยน่ะ แนะนำให้รู้จักบ้างสิ"
ทักทายประโยคแรกก็น่าโดนฟันเลยน่ะไอ้เพื่อนเวร
"ฉันชื่ออลิซค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักน่ะค่ะ"
เสียงแนะนำหวานใส
"ผมชื่อ เซสครับ ยินดีที่ได้รู้จักรเช่นกันครับ"
เสียงขานรับได้เข้าคู่มากในความคิดของเขา
"เป็นนักเรียนเข้าใหม่หรอครับ ไม่เคยเห็หน้าเลย"
"ค่ะ พอดีเพิ่งเข้ามาเรียนวันนี้วันแรกน่ะค่ะ ขอฝากตัวด้วยน่ะค่ะ"
"ครับ"
"ลีโอวันนี้ทำไมนายไม่ไปรับฉันที่บ้านว่ะ"
พอคุยกับสาวเสร็จก็หันมาคุยกับเพื่อซี้ต่อ
"พอดีวันนี้ไปส่งน้องสาวมา"
"งั้นหรอ?"
"อืม"
"ว่าแต่นายรู้เรื่องที่ลอเรนทร์จะจัดงานเลี้ยงฉลองหลังสอบปลายภาครึยัง"
เพื่อไม่ให้เพื่อนต้องพลาดนัดสำคัญจึงต้องรีบบอกข่าว
"ฉันยังไม่เห็นรู้เรื่องนี้เลย"
"ฉันเองก็เพิ่งรู้มาจากวิลเลี่ยม แล้วนายจะไปไหม"
"ต้องไปอยู้แล้วงานใหญ่แบบนี้ไม่ไปเสียดายแย่"
"แล้วอลิซจะไปด้วยกันไหมครับ"
มันถือโอกาสนี้ชวนสาวเชียวน่ะ ยังไงซะงานนี้เราก็มีเจ้ามือเลี้ยงอยู่แล้วคงต้องไปสนุกให้เต็มที่หน่อยล่ะน่ะ
"ไม่ดีกว่าค่ะ"
เจอคำปฎิเสธเข้าไปนายจะทำหน้ายังไงล่ะเซส คงรู้แลวสิน่ะว่าเจอสาวบอกปฏิเสธแล้วเป็นยังไง ทำหน้าไม่ถูกเลยสิเพื่อนเอ๋ย
หวังว่าเช้านี้เขาคงยังไต้องทนรับฟังคำบ่นแบบร่ายยาวของอาจารย์หรอกน่ะ แล้วไม่รู้ว่าจะต้องนั่งข้างเจ้าหล่อน หรืออพยพไปหาที่นั่งใหม่แทนที่นั่งเดิม
แต่ยังไงก็ขอให้ผ่านเช้านี้ไปก่อนก็แล้วกัน
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://top-manga.darkbb.com
loran
เด็กฝึกหัด
เด็กฝึกหัด


จำนวนข้อความ : 3
Join date : 18/09/2010

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ศึก4จตุรเทพจอมราชันย์ ตอนที่2การมาของคณะอีกาดำ   Sat Sep 18, 2010 6:37 am

ขอบคุณค่ะ หนุกๆ^^

m_sorri m_sorri
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
otakuman
เด็กฝึกหัด
เด็กฝึกหัด


จำนวนข้อความ : 9
Join date : 19/09/2010

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ศึก4จตุรเทพจอมราชันย์ ตอนที่2การมาของคณะอีกาดำ   Sun Sep 19, 2010 12:42 am


ขอบคุณคร้าบ หนุกมากจ้า^^

fdaa fdaa
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
Green_Master
Admin
Admin


จำนวนข้อความ : 99
Join date : 08/04/2010
Age : 23
ที่อยู่ : •อยู่ในใจเธอคนเดียว•

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ศึก4จตุรเทพจอมราชันย์ ตอนที่2การมาของคณะอีกาดำ   Thu Sep 30, 2010 3:02 am

เปนกำลังใจให้นะพี่ สู้ๆ m_sorri

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://top-manga.darkbb.com
สุดสวย
Moderators
Moderators


จำนวนข้อความ : 4
Join date : 10/04/2010

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ศึก4จตุรเทพจอมราชันย์ ตอนที่2การมาของคณะอีกาดำ   Thu Sep 30, 2010 3:05 am

ขอบคุณมากค่ะ สนุกจัง T.T
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
ศึก4จตุรเทพจอมราชันย์ ตอนที่2การมาของคณะอีกาดำ
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1
 Similar topics
-
» [ถ่ายทอดเกือบสด] ปริศนาฟ้าแลบ Tournament
» [ขาย] BROWN BEAR OVERALL (ชุดหมีชาย)
» Lesson 19 : เทศกาลวันสถาปนาโรงเรียน
» ฐานที่ 2 : "อุปกรณ์ในกระเป๋าส่วนตัว"
» [ขาย] ชุดสีคราม

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
•TOP-MANGA• :: •Talk Of The Town• :: Fiction-
ไปที่: